Like and Share


ภาคอีสานตั้งอยู่ระหว่าเส้นรุ้ง 14-18 เหนือ  และเส้น แวง 101-105 ตะวันออก อาณาเขตของภาคอีสานทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาขนลาว  โดนมีแม่น้ำโขงส่วนใหญ่เป็นแนวกั้นเขตแดน  ทิศใต้ติดกับดินแดนภาคกลางและประเทศกัมพูชา  โดยมีภูเขาพนมดงรักและทิวเขาสันกำแพงเป็นเขตแดน  ทิศตะวันตกติดกับเขตการปกครองท้องที่ภาคกลาง  โดยมีทิวเขาเพชรบูรณ์ส่วนใหญ่และทิวเขาดงพญาเย็นเป็นเขตแดน  ที่ราบสูงทั้งหมดมีชื่อเรียกว่า “ที่ราบสูงโคราช”  (Korat Platau) ตั้งแต่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่กว่าระดับน้ำทะเล  700 ฟุต จะเอียงลาดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทางลุ่มแม่น้ำมูล  ซึ่งเป็นบริเวณที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 200 ฟุต  พื้นที่อันกว้างขวางนี้ปกคลุมด้วยป่าไม้เนื้อแข็ง  พื้นที่ดินไม่ค่อยสมบูรณ์และน้ำไม่เพียงพอ  พื้นที่ที่เหมาะแก่การเพราะปลูกอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำหรือลาดต่ำ  ซึ้งน้ำฝนสามารถขังอยู่ได้ในระดับที่พอเหมาะในฤดูร้อน  บริเวณที่ราบซึ่งเป็นทุ้งหญ้าที่มีอยู่ทั่วไปและมีต้นไผ่หนามขึ้นอยู่ตามโขดหินต่างๆ  เป็นที่ซึ่งยังไม่ได้ทำการเพาะปลูก  เนื่องจากฤดูน้ำหลากน้ำจะท้วมอย่างรวดเร็วและมีระดับและมีระดับลึกเกินกว่าจะปลุกข้าวได้  และในฤดูแล้งก็แล้วงกินไป

ทางทิศใต้ของภาคอีสานอันเป็นเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชามีเทือกเขาพนมดงรักและเทือกเขาสันกำแพงเป็นเขตแดนนี้  ลักษณะพื้นที่จะเอียงลาดจากทิศใต้  คือเชิงเขาทั้งสอง  ลาดไปทางทิศเหนือลงสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล  พื้นที่เอียงลาดนี้เรียงกันว่า “เขมรสูง”  ซึ่งมีระดับความสูงต่างกับพื้นที่ราบคนละฟากเขาอันเป็นพื้นที่ภายในประเทศกัมพูชามาก  ที่ลาดจากเชิงเขาทางทิศใต้นี้มีลำน้ำที่สำคัญที่ไหลลงสู่แม่น้ำมูลหลายสาย  เช่น  ลำปลายมาศ  ลำพระเพลิง  ลำจักราช  ที่มีที่ราบอันอุดมสมบูรณ์เป็นหย่อมเล็กๆอยุ่ด้วย

จากภูมิศาสตร์ทั่วไปเราจะพบว่า  พื้นที่ที่เหมาะแก่การเพราะปลูกอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำหรือลาดต่ำของภาคอีสานดังกล่าวข้างต้น  ได้แก่ที่ราบต่ำหรือลาดต่ำของภาคอีสานดังกล่าวข้างต้น  ได้แก่ที่ราบลุ่มแม่น้ำที่สำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำชี และแม่น้ำมูลไหล  จากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปทางทิศตะวันตะเฉียงใต้  แม่น้ำมูลไหลจากทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก  แม่น้ำทั้งสองสายนี้จะมารวมกันที่จังหวัดอุบลราชธานี  กลายเป็นแม่น้ำสายเดียวชื่อ  แม่น้ำมูลไหลต่อไปทางทิศตะวันออกลงสู่แม่น้ำโขงในเขตจังหวัดอุบลราชธานีนี้

ภาคอีสานมีจะมีแนวเทือกเขาภูพานแบ่งภาคออกเป็น 2 ส่วน  พื้นที่ทางตอนใต้ของเทือกเขาภูพาน  คือ  แอ่งโคราช (Khorat Basin) กับพื้นที่ทางตอนเหนือของเทือกเขาภูพาน เรียกว่า แอ่งสกลนคร (Sakon Nakorn Basin)

แอ่งโคราชมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าแอ่งสกลนครมาก  โดยแอ่งโคราชมีแม่น้ำมูลและสาขา  เช่น  น้ำชี, น้ำปาว, น้ำพอง เป็นต้น  ไหลผ่านไปสู่น้ำโขงทางตะวันออกของภาคบริเวณที่ลำน้ำชีไหลลงแม่น้ำมูลเป็นแอ่งที่ต่ำ  ดังนั้นบริเวณนี้จึงเป็นทุ่งกว้างขวางเรียกว่าทุ่งกุลาร้องให้  แต่พอถึงหน้าแล้ง  น้ำจะหายไปทำให้ทุ่งนี้ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรมากนัก

 

ส่วนแอ่งสกลนคร  มีแม่น้ำสายสั่นๆ  ที่เกิดจากภูพานไฟลสู่แม่น้ำโขง  เช่น  แม่น้ำสงครามและสาขา, ลำน้ำพุง,  แอ่งสกลนครน้ำที่มีน้ำขังตลอดทั้งปีหลายที่ เช่น หนองหารหลวง  ในจังหวัดสกลนคร  หนองญาติที่จังหวัดนครพนม, หนองหาร กุมภวาปี เป็นต้น

โครงสร้างของแผ่นดินในภาคอีสานส่วนมากเป็นหินทราย  ทำให้ดินส่วยใหญ่ของภาคนี้เป็นดินทรายที่มีน้ำซึมผ่านได้ง่าย  ดังนั้นในหน้าแล้ง  พื้นดินของภาคนี้จึงแห้งแล้ง  แหล่งน้ำท่าซึ่งมีน้ำมากในหน้าฝนจะเหือดแห้งเกือบหมดในหน้าแล้ง  อันทำให้ภาคนี้ขาดแคลนน้ำที่จะใช้ในการเกษตรกรรมและบริโภคอุปโภคในหน้าแล้งทุกปี  ซึ่งเป็นปัยหาเรื้อรังมาจนทุกวันนี้

พิเศษ  เจียจันทร์พงษ์ และคณะ,ศริจนาศะ  รัฐอิสระที่ราบสูง.กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน,2545

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช